การตรวจสอบไข่มุก 1. ดูจากภายนอก (Surface, Drill Hole, Color and Size) – สังเกตุจากผิว หรือรอยแตก ไข่มุกแท้เมื่อมองผ่านแว่นขยาย จะเห็นผิวไข่มุกที่มีผิวขรุขระเล็กๆ ถ้าแว่นขยายมีกำลังมากๆจะเห็นลายของไข่มุกเหมือนลายนิ้วมือหรือเป็นเกล็ด ไข่มุกเทียมผิวจะเรียบลื่นไม่มีตำหนิ และจะมันวาวเท่ากันทุกเม็ด มองจากแว่นขยายผิวจะเป็นเหมือนสีพ่น คล้ายฝุ่นเกาะอยู่บนผิว – สี ไข่มุกแท้ จะมีสีและสีเหลือบ เข้มและอ่อนต่างกันในแต่ละเม็ด ไข่มุกปลอมสีและสีเหลือบจะเหมือนกันทุกเม็ด – รูเจาะของไข่มุกจะเรียบเนียน รอยแตกจะเห็นชั้นระหว่างลูกปัดกับเนเคอร์ สวนไข่มุกเทียมจะเห็นเป็นรอยขรุขระ ถลอก หรือรอยสีแลคเกอร์ที่หลุดออก – สร้อยไข่มุกแท้ จะไล่ขนาด ใหญ่ตรงกลางไปเล็กตรงช่วงปลาย สร้อยไข่มุกเทียม จะกลมและมีขนาดเท่ากัน ทุกเม็ด และต้องดูจากองค์ประกอบอย่างอื่นด้วย 2. ใช้ไฟลน 3. ไข่มุกแท้จะทนทานไฟลน เป็นรอยไหม้แต่เช็ดออกได้ แต่ต้องลนไฟแค่ครู่เดียวเท่านั้น เพราะจะทำให้เสียความมันวาว ไข่มุกเทียม จะเกิดรอยแตก ไหม้ ไม่ทนความร้อน 4. สัมผัส(Rubbing Test) นำไข่มุกมาถูกันเบาๆ(ต้องระวังการเกิดรอยของไข่มุก) ไข่มุกแท้จะรู้สึกสาก [...]
สำหรับคนเกิดเดือนธันวาคม อัญมณีที่ถูกโฉลก คือ เทอร์คอยส์ มีความแข็งไม่สูงและมีความพรุนสูง มีสีไล่ตั้งแต่สีฟ้าอ่อนไปจนถึงสีเขียวอมเทา แบ่งได้เป็น 2 ชนิด
สำหรับคนเกิดเดือนพฤศจิกายน อัญมณีที่ถูกโฉลก คือ โทพาซสีเหลือง (Yellow Topaz)
สำหรับคนเกิดเดือนตุลาคม อัญมณีที่ถูกโฉลก คือ โอปอล โอปอลส่วนใหญ่มีอายุมากกว่า 60 ล้านปี เป็นอัญมณีที่มีสมบัติแตกต่างจากอัญมณีชนิดอื่น คือมีสีสันแปลกตา เป็นประกายเจิดจรัสดั่งสีของสายรุ้ง มีความวาวแบบแก้วและยางสน เป็นพลอยที่มีความเปราะบาง ยิ่งมีสีมากเท่าไหร่ราคาก็ยิ่งแพงมากขึ้น
สำหรับคนเกิดเดือนกันยายน อัญมณีที่ถูกโฉลก คือ ไพลิน (Blue Sapphire) หากพูดถึงแซฟไฟร์จะหมายถึง Blue Sapphire หรือ ไพลิน ความวาว วาวแบบแก้ว
สำหรับคนเกิดเดือนสิงหาคม อัญมณีที่ถูกโฉลก คือ เพอริดอต เพอริดอต พบได้ตามชั้นหินอัคนีในโลกแล้วยังพบได้จากลูกอุกกาบาตนอกโลก อยู่ในตระกูลโอลิวีน (Olivine)
สำหรับคนเกิดเดือนกรกฎาคม อัญมณีที่ถูกโฉลก คือ ทับทิม ทับทิมเป็นพลอยคอรันดัมที่มีสีแดงจนถึงสีม่วงแดง ทับทิมได้รับการขนานนามว่าเป็น ราชาแห่งอัญมณี ตระกูล คอรันดัม (Corundum) เช่นเดียวกับแซปไฟร์ (Sapphire)และมีความเชื่อว่า ทับทิมจะช่วยปกป้องผู้เป็นเจ้าของจากความไม่ดี
สำหรับคนเกิดเดือนมิถุนายน อัญมณีที่ถูกโฉลก คือ ไข่มุก มุก (Pearl) เป็นอัญมณีแห่งท้องทะเลที่ทุกๆคนปราถนา ตามประวัติศาสตร์ของหลายๆประเทศในอดีตมุกเป็นเครื่องประดับสำหรับชนชั้นสูงท่านั้น เนื่องจากมุกธรรมชาตินั้น หายาก ล้ำค่า ราคาสูงมาก และมีความแตกต่างจากเครื่องประดับอื่นๆ ตรงที่เป็นเครื่องประดับที่สามารถนำมาใช้ได้ โดยไม่ต้องผ่านการเจียระไนก่อน มุกเป็นอัญมณีที่สวยงาม และดูสง่างามใช่ได้ในทุกโอกาส
สำหรับคนเกิดเดือนพฤษภาคม อัญมณีที่ถูกโฉลก คือ มรกต มรกตเป็นอัญมณีตระกูลเดียวกันกับอะความารีน (Aquamarine) อยู่ในตระกูลเบริล เป็นที่นิยมมากกว่าพลอยเบริลชนิดอื่นๆ แบบแก้ว
สำหรับคนเกิดเดือนเมษายน อัญมณีที่ถูกโฉลก คือ เพชร เพชร มาจากภาษากรีกว่า “Adamas” มีความหมายว่า ไม่มีใครเอาชนะได้ หรือไม่เคยแพ้ใคร และยังเป็นอัญมณีที่เลอค่าอมตะ และรู้เป็นที่รู้จักมานานกว่า 3,000 ปีมาแล้ว ประเทศอินเดีย เป็นประเทศแรกที่ได้มีการขุดพบเพชร และอินเดียก็ยังเป็นแหล่งเจียระไนเพชรขนาดเล็ก(ต่ำกว่า 3 mm.) ส่วนผลึกเพชรที่มีขนาดใหญ่และมีคุณภาพดีจะถูกส่งไปเจียระไนที่ เบลเยี่ยม สหรัฐอเมริกาและ อิสราเอล
สำหรับคนเกิดเดือนมีนาคม อัญมณีที่ถูกโฉลก คือ อะความารีน อะความารีน (Aquamarine) นี้อยู่ในตระกูลเบริล (Beryl)เป็นอัญมณีตระกูลเดียวกันกับมรกต ความวาวแบบแก้ว มีสีฟ้าใสเหมือนน้ำในท้องทะเล ซึ่งเป็นความหมายของคำว่า Aquamarine
สำหรับคนเกิดเดือนกุมภาพันธ์ อัญมณีที่ถูกโฉลก คือ พลอยแอเมทิสต์ (พลอยที่มีสีม่วง) อเมทิสต์ amethystos หรือ amethustos “อมาทิสโอส” ซึ่งเป็นภาษากรีก แปลว่า “ไม่เมา” มีความเชื่อว่า ถ้าดื่มไวน์จากแก้วที่ทำมาจากแอเมทิสต์ จะทำให้ผู้ดื่มไม่เมา ในสมัยยุโรปยุคกลางก็เกิดความเชื่อว่า อเมทิสต์จะสร้างศรัทธา และรักษาพรหมจรรย์ต่อผู้สวมใส่ ทำให้อเมทิสต์ถูกนำไปเป็นเครื่องประดับในโบสถ์ และเป็นแหวนของบิชอป และนอกจากนี้ยังเชื่อ
สำหรับคนเกิดเดือนมกราคม อัญมณีที่ถูกโฉลก คือ พลอยโกเมน แร่โกเมน(Garnet)เป็นอัญมณี ซึ่งต่างกับทับทิมที่จะมีสีแดงสด
สาวๆ ส่วนใหญ่ เมื่อคิดถึงมุก ก็มักคิดว่า เหมาะกับผู้ใหญ่ จริงๆแล้ว สร้อยมุกใส่ได้ในหลากหลายแนว ทั้ง น่ารัก สวย เก๋ สวย เริ่ด หรูหรา สง่างาม หรือจะอลังการ ก็สมชื่อของมุก จริงๆไข่มุกเป็นเครื่องประดับที่เหมาะกับผู้หญิงทุกเพศทุกวัย ด้วยความที่ผิวของมุกเอง ขาว บริสุทธิ์ จึงเหมาะกับผู้หญิงทุกๆคน (จริงๆแล้วไม่เพียงผู้หญิงเท่านั้น ในสมัยก่อน กษัตริย์ ก็ยังใช้มุกประดับเพื่อเสริมบารมีอีกด้วย)
1. วิธีทำความสะอาดสร้อยมุกโดยใช้ผ้านุ่มซับน้ำแล้วบีบให้แห้งแล้วนำมาเช็ดไข่มุกอย่างเบามือ และตามด้วยผ้านุ่มและแห้งอีกครั้งนึง ถ้าเป็นเครื่องประดับอื่นๆเช่น แหวง ต่างหู ให้ใช้น้ำสบู่อุ่นๆ แล้วใช้แปรงนุ่มๆแปรงเบาๆ แล้วล้างออกด้วยน้ำสะอาด ซับด้วยผ้านุ่มๆแล้วเป่าให้แห้ง ไม่ควรทำความสะอาดในเครื่องทำความสะอาด Ultrasonic Cleaner 2. หลีกเลี่ยงน้ำหอม สเปรย์ ครีมบำรุงผิว และสารเคมี ไม่ให้โดนไข่มุก เนื่องจากจะทำลายผิวของมุก 3. ควรเก็บในที่แห้ง ไม่มืดสนิท ไม่ร้อนเกินไป ไม่ควรเก็บไว้ในตู้เซฟ ไม่ควรให้ไข่มุกตากแดด หรือถูกความร้อนสูง เนื่องจากจะทำให้ความเงางามลดลง วิธีที่ดีที่สุดในการเก็บ คือใส่ในถุงผ้า ที่มีอากาศถ่ายเทได้สะดวก 4. แยกจากเครื่องประดับประเภทอื่น เพื่อป้องกันการเกิดรอยขีดข่วน 5. โดยทั่วไปควรร้อยเส้นไหมใหม่ ทุกๆ 2 ปี (ในกรณีที่ใช้งานมาก หรือขึนอยู่กับการใช้งานคะ ) โดย http://www.ampornphan.com
แหล่งผลิตหลักของโลกคือ ประเทศจีน(ถือเป็นผู้ผลิตรายใหญ่ที่สุดของโลก) แหล่งอื่นๆเช่นญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และไทย โดยทั่วไป พบได้ตามบริเวณแหล่งน้ำจืดทั่วไป
แหล่งผลิตหลักอยู่ที่หมู่เกาะเฟรนช์พอลินิเชีย และหมู่เกาะตาฮิติ หอยที่ผลิตมุกตาฮิติมีชื่อว่า “Pinctada Margaritifera” บางครั้งมีชื่อว่า “Black-Lipped Oysters
แหล่งผลิตหลักของโลกอยู่ที่ตอนเหนือของประเทศออสเตรเลีย ฟิลิปินส์ อินโดนีเซีย พม่า และไทย (อยู่แถบชายฝั่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ) ความมันวาวของมุกเซาท์ซีส่วนใหญ่จะวาวน้อยกว่ามุกอะโกย่า ความวาวของผิวจะดูแบบนุ่มนวล หอยมุกเซาท์ซี (Southsea) มีชื่อว่า “Pinctada Maxima”
แหล่งผลิตหลักของโลก อยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น และจีน ซึ่งมุกอะโกย่า ที่ญี่ปุ่นส่วนใหญ่จะมีคุณภาพดี มีความแวววาวสูง มุกอะโกย่า จะได้มาจากหอยมุกชื่อ “Pinctada Fucata Martensii” ซึ่งเป็นหอยมุกกาบคู่ที่มีขนาด 8-13 เซนติเมตร ซึ่งถือว่าเป็นหอยมุกที่มีขนาดเล็กที่สุด และพบได้ในแหล่งน้ำเค็มทั่วโลก
เราสามารถแบ่งมุกได้เป็น 2ประเภทคือ มุกธรรมชาติ และมุกเลี้ยง มุกธรรมชาติ (Natural Pearl) มุกธรรมชาติ เป็นมุกที่เกิดขึ้นเองโดยไม่มีมนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้องในกระบวนการผลิตเลยแม้แต่ขั้นตอนเดียวในตัวหอยมุก เนื่องจาก มีสิ่งแปลกปลอมเข้าไปในตัวหอยโดยบังเอิญ เช่น ปาราสิต หิน กรวด เม็ดทราย หรือแม้กระทั่งเปลือกหอย ทำให้เกิดการระคายเคือง หอยจะทำการปกป้องตัวเองโดยธรรมชาติ โดยมีการกระตุ้นให้มีสร้างชั้นเคลือบเพื่อหุ้มสิ่งแปลกปลอมที่เรียกว่า เนเคอร์ (Nacre) เพื่อห่อหุ้มสิ่งแปลกปลอม โดยจะเกิดมากซ้อนตัวของเนเคอร์ หลายๆชั้นมีลักษณะคล้ายกับหัวหอม รูปร่างของมุก จะขึ้นอยู่กับลักษณะของสิ่งแปลกปลอมที่เข้ามาในตัวหอย การซื้อมุกธรรมชาติ จะซื้อขายในหน่วยกะรัต เป็นมุกที่มีความหายากและราคาสูง มุกเลี้ยง (Cultured Pearl) มุกเลี้ยง วิธีการเกิดของมุกจะเป็นลักษณะเดียวกับมุกธรรมชาติ แต่ต่างกันตรงที่ มีมนุษย์เข้าไปเกี่ยวข้องในกระบวนการสร้างมุกของหอย โดยมนุษย์เป็นผู้สร้างสิ่งแวดล้อมขึ้นมา วิธีการคือค่อยๆเปิดเปลือกหอยและนำวัสดุชนิดเล็กส่วนใหญ่จะใช้เปลือกหอยจากหอยน้ำจืดที่รูปกลมแล้ว ใส่เข้าไปในเปลือกหอย จากนั้นจึงนำไปเลี้ยงโดยควบคุมสิ่งแวดล้อม ความหนาของเนเคอร์จะขึ้นอยู่กับชนิดของหอย สภาพแวดล้อม และระยะเวลา มุกที่คุณภาพดี ควรมีอายุประมาณ 8 เดือน – 2ปี ขึ้นไป วิธีการซื้อขายของมุกเลี้ยงจะใช้การวัดขนาดเป็นมิลลิเมตร แหล่งเพาะเลี้ยงมุกที่สำคัญ คือ [...]
การเลือกซื้อมุกนั้นผู้ซื้อต้องทราบก่อนว่าเราต้องการซื้อมุกชนิดอะไร เนื่องจากมุกแต่ละชนิดมีลักษณะเฉพาะที่แตกต่างกันไป การเลือกซื้อมุกควรดูมุกด้วยแสงธรรมชาติเพื่อให้เห็นความวาวตามความจริง และพื้นหลังของวัสดุที่รองมุกควรเป็นสีขาว โดยการเลือกมีหลักดังนี้ 1. ขนาด (Size) การวัดขนาดของมุกจะใช้การวัดเป็นมิลลิเมตร mm โดยวัดจากเส้นผ่าศูนย์กลาง ซึ่งถ้าเป็นสร้อยมุก จะวัดขนาดตั้งฉากกับรูที่เจาะ มุกที่ขนาดใหญ่จะมีผลกับราคา คือยิ่งใหญ่มากจะยิ่งราคาสูง ซึ่งจะขึ้นอยู่กับชนิดและคุณภาพของมุกนั้นด้วย การเลือกขนาดของมุกยังขึ้นอยู่กับบุคลิกและการแต่งกาย มุกขนาดไม่ใหญ่เหมาะกับการสวมใส่สไตล์น่ารัก เป็นต้น 2. รูปร่าง (Shape) รูปร่างกลมสนิทเป็นรูปร่างที่หายากที่สุดและมีมูลค่าสูงกว่ารูปร่างแบบอื่นๆ โดยมุกมีรูปร่างต่างๆดังต่อไปนี้ รูปร่างกลม (Round) รูปร่างเกือบกลม (Near-Round) รูปหยดน้ำ (Drop) รูปไข่ (Oval) รูปเหรียญ (Coin-shaped) รูปกระดุม (Button) รูปร่างกึ่งเบี้ยว (Semi-Baroque) รูปร่างบิดเบี้ยว (Baroque) เนื่องจากมุกเซาท์ซี South sea มีขนาดใหญ่จึงเป็นมุกที่ไม่กลมสนิท รวมถึงมุกน้ำจืดส่วนใหญ่นั้นไม่ได้ใช้ลูกปัดเป็นแกนมุก รูปร่างจึงไม่กลมสนิทเช่นเดียวกัน จึงมีหลักการประเมินอื่นๆเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย 3. สี (Color) สีของมุกประกอบด้วย 3 ส่วนประกอบ คือ สีพื้นหรือสีหลัก [...]
- มุกมีความแข็งประมาณ 2 – 4 บดให้แตกเป็นผงค่อนข้างยาก – ประกอบด้วย Calcium Cabonate (CaCO3) เรียกว่า Aragonite 82-86% อินทรียสารจำพวกโปรตีน รียกว่า Conchiolin 10 – 14 % และน้ำ 2 – 4 % – ค่าดัชนีหักเหแสงประมาณ 1.53 – 1.69 – ค่าความถ่วงจำเพาะ (Specific Gravity) 2.5 – 2.7 – ความวาวเรียกว่า Pearly luster บางครั้งมีปรากฏการณ์ Orient – มุกเป็นอัญมณีอินทรีย์สาร การดูแลรักษาจึงควรพยายามหลีกเลี่ยงไม่ให้โดนกรด น้ำหอม สบู่ ครีมทาผิว หรือสเปรย์ใส่ผม เพราะอาจทำให้สีและความวาวของมุกเปลี่ยนไป โดย อาจารย์ สุรชาติ [...]
ประวัติของมุก (History of the Pearl) มุก (Pearl) เป็นอัญมณีแห่งท้องทะเลที่ทุกๆคนปราถนา ตามประวัติศาสตร์ของหลายๆประเทศในอดีตมุกเป็นเครื่องประดับสำหรับชนชั้นสูงท่านั้น เนื่องจากมุกธรรมชาตินั้น หายาก ล้ำค่า ราคาสูงมาก และมีความแตกต่างจากเครื่องประดับอื่นๆ ตรงที่เป็นเครื่องประดับที่สามารถนำมาใช้ได้ โดยไม่ต้องผ่านการเจียระไนก่อน มุกเป็นอัญมณีที่สวยงาม และดูสง่างามใช่ได้ในทุกโอกาส มุก เป็นอัญมณีประจำราศีเมถุน มาจากภาษาละติน “pilula” แปลว่า ลูกบอล ในยุคโบราณเรารู้จักมุกในชื่อ Margarite มาจาก ภาษากรีก (Margaritafera แปลว่า หอยที่มีมุกฝังอยู่) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ ชาวฮินดูถือเป็นอัญมณีแห่งความมั่งคั่งสมบูรณ์ และแต่ละสีของมุกก็มีความหมายแตกต่างกันออกไป มุกสีขาว หมายถึง ความเป็นเลิศ มุกสีแดง หมายถึง สุขภาพ และพลัง มุกสีชมพู หมายถึง ความสวยงาม มุกสีดำ หมายถึง ปรัชญา มุกสีเทาจะเป็นสัญลักษณ์แห่งความดูถูกดูแคลน (ความหมายของสีของไข่มุกแต่ละภูมิภาคจะแตกต่างกันออกไป) มุกเลี้ยง (Cultured pearl) มุกเลี้ยงชนิดแรกที่มนุษย์เลี้ยงได้คือมุกบลิสเตอร์ (Blister pearl) [...]

